DTG คืออะไร
DTG ( direct to garment) เป็นระบบสกรีนที่ใช้เครื่องลักษณะแบบเดียวกับเครื่อง ink jet เอกสารนี่แหละครับ แต่หมึกพิมพ์ DTG จะไม่สามารถเกาะกับผิวผ้าได้โดยตรง ต้องอาศัยน้ำยาทรีทเม้ท์ (Pretreatment)เป็นตัวผสานให้หมึกสามารถเกาะอยู่ที่ผ้าได้ งานที่ออกมาก็จะเป็นแผ่นๆเงาๆ คล้ายๆตัดรูปที่ไหนมาแปะใส่เสื้อเรายังไงยังงั้น บางคนไม่ชอบเพราะใส่แล้วร้อน
สีจะติดอยู่นานรึเปล่า? ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำยาทรีทเม้นท์
สีสันสดสวยรึเปล่า? สีเพี้ยนมั๊ย? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของหมึกพิมพ์ที่ใช้เพราะมีหลายระดับราคาเลยทีเดียว
ลวดลายบนเสื้อต้องเตรียมอย่างไร ? ง่ายมากครับ รูปจากกล้องมือถือก็ใช้ได้
เสื้อ 1 ตัว ทำได้มั๊ย ได้ครับ
แล้วซิลค์สกรีน(silk screen)หล่ะ ? อธิบายอย่างนี้ละกันครับ
จุดอ่อนของมันก็คือ มันทำยาก!!
ยากตรงไหน?
ก็อันนี้งานฮาฟโทนเม็ดสกรีนนะครับ แค่ถ่ายบล็อกก็ยากละ ลายนึงต้องทำบล็อกสกรีนอย่างต่ำก็ 7-8 ใบ ต้นทุนก็บาน ฉะนั้นถ้ามาสกรีนเสื้อลายละ 10-20ตัว คุณคงเดาออกแน่นอนว่าขาดทุนยับครับ
อ้าว!แล้วกัน ไปต่อยังไงเนี่ย ? ก็ต้องทำออกมาทีละเยอะๆสิครับ แต่ต้องดี ต้องสวยนะ ไม่งั้นขายไม่ออกก็ขาดทุนยับเข้าไปอีก จริงมั๊ยหล่ะ
#ข้อเสียของงานสกรีนฮาฟโทนจึงกลายเป็นข้อดีของJoligolf เพราะต้องแน่ใจว่าทำออกมาแล้วต้องขายได้ เราจึงเน้นตั้งแต่การออกแบบลายสกรีน เรื่อยไปถึงขั้นตอนสุดท้ายของงานสกรีน จึงเป็นที่มาของเสื้อสกรีนที่มีลายโดดเด่นอย่างที่ลูกค้าคาดหวัง
#กล้าลงรูปแบบซูมให้เห็นว่าเม็ดสกรีนเรียงกันอย่างไร
#กล้าใช้รูปจริงของสินค้าเอามาโพสในเพจ
#เพื่อให้สินค้าตรงปกอย่างที่ลูกค้าเห็นจากเพจนี้เลย
ลองใช้คำถามชุดเดียวกันกับข้างบน
สีสันสดสวยมั๊ย? สีเพี๊ยนมั๊ย? ด้วยหมึกสกรีนพิเศษ เสื้อ joligolf สีสดสวยทุกตัวครับ และทนทานแม้ผ่านการใช้งานนับ10ปี
ลวดลายบนเสื้อต้องเตรียมอย่างไร โอ้โห อันนี้ตอบเลยต้องมีความสามารถตกแต่งรูประดับเทพครับ ไม่ใช่แค่เอามาวาง ตัดแปะ อย่างนั้นเราไม่ทำครับ เพราะต้องสกรีนทีละหลายร้อยตัว ก็ต้องแน่ใจว่าคุณลูกค้าต้องประทับใจและตัดสินใจซื้อสินค้าของผม
เสื้อ 1 ตัว รับสกรีนมั๊ย จริงๆตัวเดียวก็รับทำนะ แต่ใครจะมาจ้างผมครับ ก็ขั้นตอนที่ว่ามาเนี่ยมันมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาทแล้ว ถ้าสนใจผมยินดีทำให้ครับ